การแถลงความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 โดยคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2030 ได้มีตัวแทน 3 คนกล่าวกับสื่อมวลชนที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เกี่ยวกับแนวคิดต่างๆในการเป็นเจ้าภาพร่วมอีก 6 ปีข้างหน้า
ฟุตบอลโลก 2030 จะเป็นการแข่งขันที่ครบรอบ 100 ปี โดยเมื่อ 1930 คือปฐทบทของทัวร์นาเม้นต์นี้ จัดแข่งที่ประเทศอุรุกวัย และจะเป็นครั้งแรกที่จะจัดร่วมกัน 3 ทวีป ยุโรป แอฟริกา และ อเมริกาใต้ มีคติประจำการแข่งขันคือ “Yalla Vamos 2030” คำว่า Yalla เป็นภาษาอาหรับ และ Vamos คือภาษาสเปน ซึ่งมีความหมายเหมือนกันคือ Let s go
อันโตนิโอ ลารันโย อัพเดทถึงการแข่งนัดเปิดสนามที่ทวีปอเมริกาใต้ ที่อาร์เจนตินา ปารากวัย และอุรุกวัย
“เป็นห้วงเวลาของการฉลองครบรอบ 100 ปี ฟีฟ่าจึงตัดสินใจเพิ่มอีก 3 ประเทศเป็นเจ้าภาพร่วมในอเมริกาใต้ จะใช้จัดแข่ง 3 เกม และจะจัดแข่งก่อนประเทศเจ้าภาพอื่นๆเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ทุกประเทศที่แข่งในอเมริกาใต้ มีเวลามากพอในการพักฟื้นร่างกาย และส่งผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งในเรื่องของเวลาและสภาพอากาศ ก่อนที่จะแข่งเกมต่อไปในแอฟริกา หรือยุโรป”
ฮอร์เก้ โมวิงค์เกล กล่าวในแง่ของการเรียนรู้วัฒนธรรมจากฟุตบอลที่จะไปสู่แฟนบอลทั่วโลก
“ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย 3 ประเทศ (โมร็อกโก, โปรตุเกส และสเปน) ใกล้กันมาก ไม่มีปัญหาในเรื่องการเดินทางแน่นอน”
“ในแต่ละประเทศจะมีสิ่งที่แตกต่างในแง่ของวัฒนธรรม แฟนๆที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก จะได้สัมผัสความเป็นเอกลักษณ์ ธรรมเนียม อาหาร วิถีชีวิต ของทั้ง 3 ประเทศ”
ในเรื่องของสนามแข่ง สเปน และ โปรตุเกส เตรียมปรับปรุงในหลายๆสนาม ขณะที่โมร็อกโกวางแผนสร้างสนามแห่งใหม่ความจุ 115,000 ที่นั่ง จะเสร็จในปี 2028 มูลค่า 490 ล้านยูเอสดอลลาร์ หรือเป็นเงินไทยกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท โมฮาเหม็ด เกสซุส อีกหนึ่งคณะกรรมการอัพเดทในเรื่องของสนามที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการฟุตบอล
“ฟุตบอลโลกหลายๆครั้ง เคยสร้างสนามใหม่ที่มีความจุใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรหลังจากนั้น”
“ดังนั้นสนามกีฬาที่จะสร้างใหม่ ต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการใช้งาน ต้องมีแผนและวัตถุประสงค์หลังจากจบฟุตบอลโลกไปแล้ว
“มันต้องเป็นการลงทุนอย่างคุ้มค่า และอยู่บนหลักเหตุผล เป็นการลงทุนอย่างชาญฉลาด เพื่อใช้สำหรับงานต่างๆในอนาคต ไม่ได้จบเพียงแค่ฟุตบอลโลกเท่านั้น”
นอกจาก โมร็อกโก, โปรตุเกส และสเปน ต่อมาในภายหลังอุรุกวัย, อาร์เจนตินา และปารากวัย ได้เป็นเจ้าภาพร่วมด้วย โดยจะจัดแข่งเกมแรกของทั้ง 3 ประเทศเท่านั้น เป็นแนวคิดของ จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีฟุตบอลโลก ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1930 ในเมืองมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย
{{val.time_create * 1000 | date : ‘dd/MM/yyyy HH:mm:ss’}} น.
แก้ไขเมื่อ {{val.time_update * 1000 | date : ‘dd/MM/yyyy HH:mm:ss’}} น.
Quote
{{v.time_create * 1000 | date : ‘dd/MM/yyyy HH:mm น.’}}
แก้ไขเมื่อ {{v.time_update * 1000 | date : ‘dd/MM/yyyy HH:mm น.’}}
Quote
0 && !val.replys” ng-click=”content.event.get_reply(val);”>
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})
ต้า มั่นใจลูกเก๋าวิลเชียร์ไปได้สวยโค้ชชุดใหญ่ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567
เมรีโน่ยอมรับปืนเคี่ยวหนักเรื่องเซตพีซ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567
เอเมรี่เร้าวิลล่ากล้าฝันแชมป์รูปธรรม วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567
ผีแดงยิ้มออกโยโร่เริ่มซ้อมเดี่ยว วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567
ยอร์เกนเซ่นฟื้นคอนคัสชั่นคืนสิงห์ยูโรปาคอนฯ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567
บอร์ดค้อนยังวางใจจูเลนแม้ออกตัวบู่ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567